Actions

Work Header

Get Stronger & Kill Me

Summary:

A Koga/Ryuki and Naidan/Ryuki pairing under the theme of;
1. "No Kengan Tournament" AU
2. Naidan is a wanted psychopath killer

Work Text:

Pairing : Naidan/Ryuki, Koga/Ryuki

Note : เรื่องนี้เป็น AU ที่ไม่มีการแข่งขันเคนกัน และไนดันเป็นฆาตรกรโรคจิตในประกาศจับ

 

++++

 

[ซ้อมเสร็จแล้ว กำลังกลับบ้าน มื้อเย็นอยากกินอะไรมั้ย?]

[ข้าวหน้าปลาไหล]

[ได้เลย เดี๋ยวซื้อให้ แล้วเจอกันที่บ้านนะ]

[อือ เจอกัน...ที่บ้าน]

“หืม? พิมพ์เก่งขึ้นเยอะเลยนี่นา”

คำชมที่มาพร้อมกับท่อนแขนหนาซึ่งโอบกอดจากด้านหลังไม่ได้ทำให้ริวกิดีใจเลย เขาเก็บโทรศัพท์มือถือและพยายามแกะท่อนแขนนั่นออก ทว่าไม่สำเร็จ

“ฉันจะกลับแล้ว” ริวกิเอ่ยเสียงเรียบ เป็นการบอกให้อีกฝ่ายปล่อยเขา

เจ้าของแขนหนายิ้มมุมปาก ก่อนจะคลายวงแขน ส่วนฝ่ายที่โดนปล่อยตัวก็รีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะหันไปมองคนที่กำลังจ้องมองเขาอยู่

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็สาวเท้าไปยังประตูและเปิดออก

“นี่”

เท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตูของริวกิชะงักกึก ทว่าเขาไม่หันไปมองคนที่เรียก

“เจอกันครั้งหน้า หวังว่านายจะเก่งขึ้นนะ”

ชายหนุ่มไม่ตอบและเดินจากมา…

 

กาโอ ริวกิกลับที่พักด้วยจิตใจที่ขุ่นมัว ไม่แน่ใจว่าพาตัวเองมาถึงจุดหมายได้อย่างไรหรือใช้เวลาไปเท่าไหร่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าโคงะกลับมาถึงก่อนแล้วและกำลังนั่งกินข้าวกล่องอยู่ที่โต๊ะอาหารขนาดเล็กในห้อง

“กลับมาแล้วเหรอ นี่ข้าวหน้าปลาไหลของนาย วันนี้มีโปรฯซื้อแล้วแถมคาราเกะ 3 ชิ้นด้วยนะ ยังร้อนๆ อยู่ด้วย รีบมากินเลย” โคงะพูดไปพลางเคี้ยวข้าวไปพลาง

ริวกินั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและเริ่มแกะข้าวกล่องกินอย่างเงียบๆ จนชายหนุ่มผมขาวผิดสังเกต

“เป็นอะไรไป? นายดูเหนื่อยๆ นะ”

“นิดหน่อยน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก”

“นายอย่าหักโหมมากเกินไปก็แล้วกันล่ะ พักบ้างก็ได้” โคงะเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

“อื้อ ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มคีบอาหารเข้าปาก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อรสอาหารถูกปาก “อร่อยจัง”

เห็นเช่นนั้นโคงะก็โล่งใจ พวกเขากินมื้อเย็นกันต่อจนเสร็จ จากนั้นริวกิก็เป็นฝ่ายขออาบน้ำก่อน และเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็เห็นว่าโคงะกำลังแพลงค์กิ้งอยู่

“ยังไม่พักอีกเหรอ? อยู่ในท่านั้นมากี่นาทีแล้วล่ะ?”

“เพิ่งจะ 5 นาทีเอง ว่าจะฝึกต่ออีกหน่อยค่อยอาบน้ำนอนทีเดียวเลย” โคงะว่า

“งั้นก็พยายามเข้านะ” ริวกิเดินมานั่งบนฟูกนอนและหยิบหนังสือแบบฝึกหัดภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาเปิดทำ

“ว่าแต่...เรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

“ก็...สนุกดี ฉันอ่าน-เขียนได้เยอะขึ้นแล้วล่ะ” ริวกิตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าหนังสือ

“โอ้ ดีๆ พยายามต่อไปนะ”

“อื้อ”

โคงะกับริวกิเจอกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นโคงะยังเป็นเพียงแยงกี้ที่ไร้เป้าหมายในชีวิต เขาตามเพื่อนๆ ในแก๊งค์ไปดูมวยใต้ดินแห่งหนึ่งซึ่งก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรและไม่สนใจจะจำด้วย…

...ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับริวกิ เด็กหนุ่มบ้านนอกที่ไม่มีที่มาที่ไปที่แน่ชัด แถมยังอ่าน-เขียนภาษาญี่ปุ่นไม่ได้อีกต่างหาก ทว่าฝีมือต่อสู้เป็นเลิศเสียจนเขาละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว เขาจึงเข้าไปทำความรู้จักกับอีกฝ่าย ถึงได้รู้ว่าริวกิไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาศัยแค่เงินจากมวยใต้ดินเช่าที่พักและซื้ออาหารกินไปวันๆ เท่านั้น ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาชวนริวกิมาอยู่หารค่าห้องพักด้วยกันจนถึงตอนนี้…

...รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็คบกันเป็นแฟนไปเสียแล้ว…

การมีริวกิอยู่ด้วยทำให้โคงะมีเป้าหมายใหม่ในชีวิต นั่นคือการได้ไปเข้าร่วมแข่งขันคาราเต้ระดับประเทศและรวมไปถึงคาราเต้ชิงแชมป์โลกด้วย ดังนั้นเขาจึงขยันฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย ส่วนริวกิไม่ได้คิดจะมีส่วนร่วมในการแข่งขันบนดิน เขายังคงหาเงินจากมวยใต้ดินตามเดิม เพิ่มเติมคือศึกษาและเรียนรู้การอ่าน-เขียนภาษาญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กับช่วยเป็นคู่ซ้อมให้โคงะเป็นบางเวลา

...ทว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ริวกิถูกแบนจากเวทีใต้ดินที่ประจำเพราะความเก่งกาจของเขาดันทำให้คู่ต่อสู้บางรายบาดเจ็บหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ผู้ชมบ้างก็ชื่นชอบ บ้างก็หวั่นเกรงเขา ทางสถานที่จัดการแข่งขันเลยขอให้เขาไม่ขึ้นสังเวียนสักระยะไปก่อน… ด้วยเหตุนี้ริวกิจึงไม่มีอะไรทำนอกเหนือไปจากการเรียนภาษาและช่วยซ้อมมือให้โคงะเท่านั้น… ซึ่งโคงะเองก็เป็นห่วงในความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของเขา จึงให้เขาสัญญาว่าจะไม่ฆ่าใครอีก...ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม...และริวกิก็รับปากและรักษาสัญญานั้นมาตลอด…

...จนกระทั่งชายผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของริวกิ…

...ชายประหลาดปริศนาผู้ชื่อ ไนดัน...

ในวันหนึ่งขณะที่โคงะซ้อมคาราเต้อยู่ที่โดโจของโจจิผู้เป็นอา ริวกิกำลังเลือกซื้อหนังสือนิยายสำหรับเด็กเพื่อมาฝึกอ่าน ...ตอนนั้นเองที่เขาพบกับไนดันที่มาเลือกซื้อหนังสือเหมือนกันพอดี

“มาซื้อหนังสือให้ลูกเหรอ?” คือประโยคแรกที่อีกฝ่ายทัก และเขาก็ตอบไปว่าซื้อให้ตัวเองต่างหาก

“ฝึกอ่านเขียน? ผมช่วยได้นะ”

ด้วยความที่มองโลกในแง่ดีมากเกินไปหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ริวกิที่ไม่ได้คิดอะไรมากจึงตอบตกลงให้ชายคนนั้นช่วยสอนแบบไม่คิดเงิน...โดยไม่รู้เลยว่ามันจะทำให้เขาต้องเจอกับชะตากรรมที่แสนเลวร้าย…

 

- แคว่ก! -

“...อ๊ะ” เสียงกระดาษขาดทำให้ริวกิหลุดจากห้วงความคิด ก่อนจะก้มลงมองหนังสือแบบฝึกหัดที่กำลังทำอยู่ซึ่งตอนนี้ถูกฉีดขาดเป็นสองส่วนไปเรียบร้อยแล้ว เขารีบเงยหน้าขึ้นมองหาโคงะเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่าผิดสังเกตุ ทว่าโชคดีที่โคงะไปอาบน้ำอยู่และยังไม่กลับมา

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นนำสมุดแบบฝึกหัดเล่มนั้นใส่ถุงดำ มัดปากถุงแน่นๆ และโยนลงถังขยะ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนฟูก ไม่มีอารมณ์จะอ่านหรือทำแบบฝึกหัดอีกต่อไป...

ช่วง 2-3 วันแรกที่เขาไปเรียนภาษาตามนัดกับไนดันก็ราบรื่นดีไม่มีอะไร ชายคนนั้นสอนเข้าใจง่ายและดูเป็นมิตรกับเขาดี แถมยังบอกอีกด้วยว่าเคยเห็นริวกิที่เวทีมวยใต้ดินและชอบฝีมือการต่อสู้ของเขามาก นั่นทำให้ริวกิรู้สึกดีกับคนๆ นี้

...ทว่ามีอยู่วันหนึ่ง หลังสอนภาษาเสร็จแล้ว จู่ๆ ไนดันก็ขอท้าสู้ด้วย โดยให้เหตุผลว่าอยากจะตายด้วยน้ำมือของเขาเท่านั้น

“ถ้านายไม่ฆ่าฉัน ฉันจะทำเรื่องไม่ดีกับนายไปเรื่อยๆ จนกว่านายจะฆ่าฉันได้” คือสิ่งที่ไนดันบอกเอาไว้

ในคราแรกเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงจะพูดขู่เล่นๆ

...แต่ไม่เลย...ไนดันพูดจริงทำจริง…

เขาพลาดท่าถูกอีกฝ่ายจับทุ่มเสียจนหัวหมุน ก่อนจะถูกข่มขืนอย่างทารุณ

“นี่เป็นเรื่องระหว่างเรา จำไว้ว่าอย่าปากโป้งไปแจ้งตำรวจหรือแฟนของนายล่ะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าคนพวกนั้นให้หมด” ไนดันเอ่ยทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วปล่อยเขาเป็นอิสระ “ฉันให้เวลา 2 เดือน...เจอกันครั้งหน้า หวังว่านายจะเก่งขึ้นนะ”

...แน่นอนว่าริวกิเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ต้องการให้โคงะรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ เขาทำตัวตามปกติเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรื่อยมา (เพียงแค่ซุ่มฝึกฝีมือมากขึ้นเช่นเดียวกันกับการเขียน-อ่าน)

 

“!?” ริวกิหลุดจากห้วงความคิดและเผลอเกร็งตัวเมื่อแขนข้างหนึ่งพาดมาโอบเอวเขา

“อ๊ะ โทษทีที่ทำให้ตกใจ นึกว่านายหลับแล้วซะอีก” โคงะตั้งใจจะชักมือกลับ ทว่าอีกฝ่ายคว้ามือเขาเอาไว้

“แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ” ริวกิบีบมือคนรักเบาๆ

“นี่ ริวกิ”

“หือ?”

“พักนี้เราไม่ได้ทำกันเลยนะ...อยากทำมั้ย?”

“ถ้านายยังไม่เหนื่อยก็...ได้” ใจจริงเขาไม่อยากทำอะไรแล้วทั้งนั้น แต่ถ้านั่นเป็นสิ่งที่โคงะต้องการ เขาก็ไม่ขัด

โคงะขยับกายคร่อมทับชายหนุ่มผมหยักศกที่พลิกตัวมาอยู่ในท่านอนหงาย ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน…

 

++++

 

โครม!

บ้าเอ๊ย! ริวกิสบถในใจเมื่อร่างกายกระทบกับพื้นคอนกรีตอย่างแรงจนเจ็บไปหมด จากนั้นก็ถูกยกขึ้นแล้วกระแทกกับกำแพงข้างๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นจนเขาไม่มั่นใจว่ามีบางอย่างแตกหักบ้างหรือไม่

“น่าผิดหวังแฮะ นึกว่านายจะเก่งขึ้นซะอีก” ร่างใหญ่ของไนดันเบียดแก่นกายเข้าใส่ร่างเล็กกว่าที่เขาจับตรึงไว้กับกำแพง ก่อนจะโน้มลงไปขบใบหูซึ่งเขารู้ดีว่าเป็นหนึ่งในจุดไวสัมผัสของอีกฝ่าย

ริวกิกัดฟันทนการรุกรานที่ไร้ซึ่งการเตรียมพร้อมใดๆ เขาหลับตาแน่นพลางพยายามจินตนาการเอาว่าคนที่กำลังกระทำชำเราตนอยู่นั้นคือโคงะ

“หือ? คราวนี้ร่างกายตอบสนองไวจังเลยนะ” ไนดันลอบยิ้มเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามีอารมณ์ร่วมไวกว่าทุกครั้งที่พวกเขามีสัมพันธ์กัน แม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่ผ่อนแรงหรือชะลอลง กลับเร่งจังหวะแรงขึ้นไปอีกจนร่างที่เล็กกว่ายืนต่อไม่ไหวและค่อยๆ ทรุดกายลงในท่าคลานเข่า ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาที่ยังคงประเคนความสุขใส่ร่างอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก

“...โค...งะ” ริวกิเผลอครางชื่อคนรักออกมาเมื่อห้วงอารมณ์พุ่งขึ้นสูงจนเกือบจะถึงฟากฝั่ง

“...” ไนดันขมวดคิ้ว การที่ได้ยินชื่อของคนอื่นในเวลาแบบนี้เป็นอะไรที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย เขาจับร่างข้างใต้พลิกให้หันมาเผชิญหน้ากันโดยไม่ถอนกาย “นั่นชื่อแฟนนายสินะ”

...มือใหญ่ของไนดันเลื่อนไปกำอยู่รอบคออีกฝ่าย…

ริวกิลืมตาขึ้นมองร่างใหญ่อย่างไม่มั่นใจ

“กล้าดีนี่ อยู่กับฉันแต่กลับเรียกชื่อคนอื่น” มือที่กำอยู่รอบลำคอของริวกิบีบแน่นขึ้น “หรือว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้นายไม่ฆ่าฉัน?”

เมื่อเส้นทางลำเลียงออกซิเจนถูกกดทับ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ริวกิจะอยู่เฉย เขาพยายามแกะมือที่บีบคอออกและเริ่มดิ้นหนี แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะอีกฝ่ายแรงเยอะกว่าเขามาก

“เสร็จจากนายแล้ว...ฉันไปฆ่าเจ้าหมอนั่นด้วยดีกว่า” ไนดันเอ่ยเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปขณะเพิ่มแรงบีบขึ้นอีกโดยไม่ได้ชะลอการกระทำช่วงล่าง

“ย-อย่า...แค่ก!” ...อย่ายุ่งกับโคงะ! ริวกิดิ้นแรงขึ้น ใบหน้าเริ่มเหยเก ให้ตายสิ เขาดึงมือคู่ที่บีบคออยู่ออกไม่ได้เลย สองขาก็เริ่มถีบเปะปะไป-มาเมื่อขาดออกซิเจน

“นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว ฉันเหนื่อยที่จะเล่นเต็มทีแล้ว” ไนดันยังคงเพิ่มแรงบีบและกระแทกกายหนักขึ้นตามแรงอารมณ์จนร่างข้างใต้อ้าปากร้องทว่าไร้เสียง “ทางเดียวที่นายจะรอดไปได้ก็คือฆ่าฉัน ไม่งั้นนายก็ตายตรงนี้แหละ”

...ไม่...เราไม่อยากตาย… ชายหนุ่มผมหยักศกกัดฟันกรอด หลากความคิดตีกันในหัวภายใต้ช่วงวินาทีคับขัน ...แต่ถ้าไม่ฆ่า เราก็จะถูกฆ่า...แต่เราสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ฆ่าใครอีก…

…ฆ่ามันซะ!

...ห้ามฆ่านะ!

...หากไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า!

...โคงะ...โคงะ…

...ช่วยด้วย…

“ไม่ต้องห่วงนะ” ไนดันลูบละมือข้างหนึ่งขึ้นไล้ใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของเหยื่อประหนึ่งคนรัก “ฉันจะส่งโคงะตามไปให้ทีหลังเอง”

ปึ้ก!!

“!?”

ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาถึงสมอง ร่างใหญ่ของไนดันเสียหลักและล้มทับร่างข้างใต้เมื่อกระดูกสันหลังช่วงล่างของเขาถูกกระแทกด้วยส้นเท้าของอีกฝ่ายอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน

และในจังหวะที่ร่างด้านบนล้มทับลงมานั่นเองที่ริวกิกัดฟันทนเจ็บจากผลกระทบที่ช่วงล่างก่อนจะอ้าปากกัดเข้าที่ลำคออีกฝ่ายอย่างเต็มกำลังจนมิดเขี้ยว…

 

“ไม่ต้องเสียใจไปหรอกน่า…” ไนดันหัวเราะอย่างอ่อนแรงในท่านอนหงายขณะเหลือบตามองดูร่างเล็กกว่าของชายหนุ่มผมหยักศกที่นั่งกอดเข่าพิงกำแพงอยู่ข้างๆ พื้นใต้ศีรษะและไหล่ของเขาแดงฉานไปด้วยแอ่งเลือดที่ไหลทะลักออกจากบาดแผลบนลำคอเหมือนก๊อกแตก ...แผลรอยกัดกระชากที่เหวอะลึกถึงเส้นเลือดใหญ่…

“ทำไม...ทำไมต้องบีบกันด้วย?” ริวกิอดถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่ได้ เขายังคงนั่งกอดเข่าโดยไม่สนใจเลือดที่เลอะตัวและของเหลวสีขาวขุ่นปนแดงที่ไหลเปรอะอยู่กลางหว่างขา

“ฉันน่ะ...ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว” ขยับนิ้วชี้ขึ้นเคาะหัวตนเองเบาๆ “มีเนื้อร้ายงอกอยู่ตรงนี้น่ะ หมอบอกว่าฉันอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 เดือน”

“...”

“ฉันเองก็ไม่อยากตายเพราะโรคหรือเพราะตำรวจหรอกนะ” ไนดันนึกย้อนไปถึงวันที่เขาเห็นริวกิที่เวทีใต้ดินนั่น “...แล้วฉันก็เจอนายนั่นแหละ...เลยตัดสินใจว่าจะต้องตายด้วยน้ำมือของนายให้ได้”

“ทำไมต้องเป็นฉัน?”

“เพราะ...นายแข็งแกร่ง...ถูกใจฉัน”

“...แต่นายแกร่งกว่า...”

“นั่นเพราะนาย...ไม่ลงมือฆ่าจริงๆ ไงล่ะ”

“...ฉันสัญญากับโคงะ ว่าจะไม่ฆ่าใคร”

ไนดันแค่นหัวเราะ “หึ เป็นเพราะ...เจ้าหมอนั่นจริงๆ ด้วยสินะ...ที่ทำให้นายอ่อนแอลง”

“อย่ายุ่งกับโคงะ”

“อย่างกับว่าฉันในสภาพนี้จะไปยุ่งได้อย่างงั้นแหน่ะ” คนใกล้ตายยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระอักเลือดออกมา ภาพเบื้องหน้าของเขาพร่ามัวจนเริ่มจะมองไม่เห็น ความหนาวเย็นเข้าปกคลุมร่างกายอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณที่ฆ่าฉันนะ กาโอ ริวกิ”

“นายมันโรคจิต…”

“...หากไม่อยาก...ถูกจับ ก็จงทำลาย...ศพฉันซะ” ไนดันยื่นมือออกไปด้านข้างหมายจะจับมืออีกฝ่าย ทว่ากลับแตะโดนข้อเท้าของริวกิแทนเนื่องจากวิสัยทัศน์ของเขามืดบอดไปเรียบร้อยแล้ว “อย่าลืมซะล่ะ...ว่าฉัน...รักนาย...”

แล้วร่างใหญ่ของไนดันก็แน่นิ่งไป…

ริวกิมองดูร่างไร้วิญญาณของคนซึ่งเคยเป็นทั้งเพื่อนที่สอนหนังสือให้และเป็นทั้งคนที่ทรมานจิตใจตนมาตลอดสองเดือนอย่างไม่เข้าใจ คนโรคจิตบอกรักเขาอย่างงั้นหรือ ? คนรักกันเขาทำกันแบบนี้งั้นหรือ?

...ไม่...คนที่รักเรามีแค่โคงะ…

...แค่โคงะคนเดียวเท่านั้น…

ชายหนุ่มปาดน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อย่างลวกๆ มือเอื้อมไปหยิบกางเกงสีเข้มมาเช็ดคราบเลือดที่เลอะอยู่ตามเนื้อตัวออก ก่อนจะเริ่มแต่งตัวกลับ จากนั้นหันไปมองรอบๆ สถานที่เพื่อหาสิ่งที่ต้องการ เนื่องจากในยามที่นัดเจอกับไนดัน พวกเขาแทบจะไม่เคยไปสถานที่ซ้ำกันเลย เพราะอีกฝ่ายไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน และคราวนี้พวกเขาก็นัดเจอกันที่โกดังร้างที่ท่าเรือ…

...ในที่สุดเขาก็พบของที่ต้องการอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ถูกทิ้งอยู่บนพื้นของไนดัน...

 

++++

 

[...เกิดเหตุฆาตรกรรมและเผาศพที่โกดังร้างบนท่าเรือแห่งหนึ่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่าน ผู้เสียชีวิตเป็นชายร่างใหญ่ไม่ทราบชื่อหรือสัญชาติเนื่องจากไม่มีเอกสารระบุตัวตนอยู่กับตัว สภาพศพไหม้เกรียมและมีบาดแผลเหวอะที่ลำคอซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนที่จะถูกเผาเพื่อทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบหาตัวคนร้ายเพื่อตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน…]

...ยิ่งทียิ่งลงมือโหดเหี้ยมกันขึ้นทุกวันแฮะ ฆาตรกรสมัยนี้… โคงะเลื่อนนิ้วปิดแอปพลิเคชั่นข่าวด่วนประจำวันที่มักจะอ่านในทุกๆ เช้าลงหลังจากอ่านข่าวช่วงเช้าของวัน จากนั้นกลืนขนมปังซึ่งเป็นอาหารเช้าคำสุดท้ายลงคอ ตามด้วยดื่มนมแก้วโตหมดอย่างรวดเร็ว วันนี้เขาไม่ได้ไปซ้อมคาราเต้ ดังนั้นเขาจึงว่างตลอดทั้งวัน

...ริวกิตื่นรึยังนะ? ... เมื่อวานนี้เขากลับมาบ้านค่อนข้างดึกในสภาพที่เหนื่อยล้าและตรงดิ่งเข้านอนทันทีโดยไม่อาบน้ำ จึงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นักว่าตนกลับมาก่อนหรือหลังคนรัก

“ริวกิ...ตื่นแล้วเหรอ?” โคงะชะโงกหน้าเข้าไปในห้องนอนก็เห็นร่างของชายหนุ่มผมหยักศกนั่งหันหลังให้อยู่บนฟูก ได้ยินเสียง คลิ๊ก คลิ๊ก เป็นระยะดังมาจากอีกฝ่าย “ทำอะไรอยู่น่ะ?”

พลันริวกิหันมายิ้มให้เขา จึงเห็นว่าในมือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือ ส่วนอีกข้างถือซิปโป้ที่อีกฝ่ายกำลังนั่งเปิด-ปิดฝาของมันเล่นอยู่นั่นเอง “ข่าวดีล่ะ โคงะ”

“ข่าวดี?”

“อื้อ” ริวกิยิ้มจนตาหยี พลางชูหน้าจอมือถือให้เขาดู

โคงะมองข้อความบนหน้าจอมือถืออีกฝ่ายที่มีใจความว่า…

[ทางเรายินดีต้อนรับการกลับมาของคุณเสมอ] พร้อมกับลงท้ายเป็นตราโลโก้ของเวทีมวยใต้ดิน

“ข่าวดีใช่มั้ยล่ะ? ฉันจะได้กลับไปบนสังเวียนนั่นแล้วนะ” สีหน้าริวกิดูมีความสุขเสมือนเด็กน้อยได้ของเล่นที่อยากได้มานาน

“เยี่ยมไปเลยริวกิ!” โคงะร่วมยินดีด้วย คราวนี้อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องทนอุดอู้อยู่แต่บ้านอีกต่อไป และเขาเองก็จะได้กลับไปนั่งดูนั่งเชียร์คนรักอีกครั้ง “ว่าแต่...ซิปโป้นั่น...?”

“อ๋อ นี่เหรอ?” ริวกิปิดฝาซิปโป้แล้วหมุนมันไปมา “...มีแฟนคนหนึ่งให้ฉันมาเมื่อวานน่ะ”

“งั้นเหรอ สวยดีนะ” โคงะมองดูซิปโป้สีเงินที่สลักรูปนกเหยี่ยวไว้บนปลอกแลดูเข้ากับเสื้อผ้าแนววินเทจได้ดี

“ถ้านายชอบ ฉันก็จะให้”

โคงะโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็นไรหรอก ของที่แฟนๆ ให้นายมาก็ควรจะเก็บไว้เองไม่ใช่รึไง? อีกอย่างฉันก็ไม่ได้สูบบุหรี่สักหน่อย”

“...นั่นสินะ” ริวกิลุกจากฟูกและยัดซิปโป้ใส่กระเป๋ากางเกง ตัดสินใจจะพกสิ่งนี้ติดตัวไว้เปิด-ปิดเล่นแก้เบื่อ ...มันคือซิปโป้ที่เขาเจอในกระเป๋ากางเกงของไนดันและใช้มันเผาศพผู้เจ้าของนั่นแล ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้คิดเก็บสิ่งนี้ไว้กับตัว...

“จริงสิ วันนี้ฉันงดซ้อมนะ เราไปเดินเล่นกันดีมั้ย?” ชายหนุ่มผมขาวเอ่ยชวน

สีหน้าของริวกิยิ่งสดใสขึ้นจนแทบจะเปล่งแสงได้เลยทีเดียว “อื้อ! ไปๆ!”

โคงะหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าที่ลิงโลดของอีกฝ่าย พลางตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้เดทกับแฟนมาพักใหญ่แล้ว ไม่แปลกใจหรอกที่ริวกิจะดีใจขนาดนี้ “มีที่ๆ อยากไปเป็นพิเศษมั้ย?”

“ฉันอยากแวะศาลเจ้า...ที่เหลือก็ตามใจนายเลย”

“ศาลเจ้างั้นรึ?” อดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติพวกเขาไม่ค่อยได้ไปศาลเจ้าสักเท่าไหร่นัก

“ใกล้การแข่งขันแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันเลยอยากขอพรให้นายชนะน่ะ”

แฟนเราน่ารักจังโว้ย!! โคงะคลี่ยิ้ม “ขอบใจนะ นายนี่น่ารักขึ้นทุกวันนะ”

ใบหน้าของริวกิเรื่อสีชมพูจางๆ “ไม่ดีเหรอ?”

“ก็ต้องดีอยู่แล้วสิ” โคงะหัวเราะ ก่อนจะรวบตัวคู่สนทนาเข้ามาหอมฟอดใหญ่ “งั้นรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกันเถอะ เดี๋ยวยิ่งสายคนจะยิ่งเยอะ”

“อื้อ” ริวกิยกแขนขึ้นกอดคนรักอย่างมีความสุข เขาดีใจที่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนอย่างที่ควรจะเป็นได้เสียที ไม่ต้องคอยหวาดระแวงคนที่จ้องทำร้ายเขากับคนรักอีกต่อไปแล้ว… ส่วนเรื่องของความรู้สึกอันแปลกประหลาดที่ค้างคาใจอยู่นั้น เขาตั้งใจจะปล่อยให้มันเลือนหายไปเองตามกาลเวลา…

...ใช่แล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง…

...ริวกิเชื่อเช่นนั้น…

 

- END -