Actions

Work Header

3 เหตุผล ที่ใครๆ ก็อยากเดตกับโดนัลด์

Summary:

Reasons to date Donald, and non-reasons to date Donald

Notes:

Happy new year everyone! 🎈🎉

I decided to write something I can actually share with the outside world (instead of locking it behind registration and age restrictions lol) to celebrate the new year 🥳

Written based on → this post from the EN official SNS, so better read the post before starting this fic

This fic mainly focuses on Donald and Julien during their golden era. I know young Donald is often called Doni/Donnie/Donny (and whatever the EN translation variant is), but I prefer sticking to 'Donald' for this fic. So it's 'Donald', regardless of what timeframe he is in.

☑️ Using MTL to understand Thai (at your own discretion) is allowed
⛔️ DO NOT use my fic(s) as material for generating another fic using AI
⛔️ DO NOT use my fic(s) as material for data-scraping

(See the end of the work for more notes.)

Work Text:

 

"3 เหตุผล ที่ใครๆ ก็อยากเดตกับโดนัลด์"

Path to Nowhere Short Fan-fiction
Pairing:
โดนัลด์ x จูเลียน

 

 

———

1. เขามีอัธยาศัยดีเยี่ยม จึงเป็นที่รักของทุกคน แค่อยู่กับเขาก็เท่ากับได้เพื่อนอีกเป็นก๊วน

———

 

กว่าจูเลียนจะมาถึงหน้าร้านของป้ามาร์กาเร็ตก็เลยเวลานัดไปแล้วกว่าสิบนาที

ถึงปกติโดนัลด์จะเป็นฝ่ายไม่ค่อยตรงต่อเวลา (ซึ่งจูเลียนเข้าใจดีถึงวัฒนธรรมการทำงานของเนอร์วานา——บริษัทยักษ์ใหญ่ที่รีดเลือดจากแรงงานทุกหยดไม่มีทางปล่อยลูกจ้างกลับบ้านตรงเวลาง่ายๆ ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นนัดหมายอะไรโดนัลด์ก็มาถึงช้ากว่าเวลาที่นัดกันไว้อยู่บ่อยครั้ง) แต่จูเลียนไม่เคยอยากเป็นคนที่มาสายในความสัมพันธ์นี้

เขารู้ว่าโดนัลด์จะให้อภัยและไม่ถือโทษ แต่เขาไม่ต้องการให้โดนัลด์ให้อภัยหรือละเว้นโทษใดๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเหตุผลที่โดนัลด์ ‘อาจจะ’ พูดออกมา หรือ ‘อาจจะ’ คิดในใจ หากเขาต้องรับรู้ว่าโดนัลด์มีความคิดแบบที่เขาชิงชังแม้เพียงเสี้ยว หากแม้แต่โดนัลด์ก็ยังมองเขาด้วยสายตาแบบที่เขาไม่เคยอยากถูกมอง จูเลียนคงพังทลาย

ความเสี่ยงมีมากเกินไป สู้เขายอมเป็นคนที่มาก่อนเวลาในทุกครั้งเพื่อปิดตายความเป็นไปได้นั้น และรักษาความสัมพันธ์ให้โดนัลด์ยังคงเป็นคนพิเศษสำหรับเขา คนคนเดียวในเมืองเน่าเฟะแห่งนี้ที่ไม่เคยมองมาที่เขาด้วยสายตาเวทนาราวกับมองสิ่งน่าสงสารที่บังเอิญผ่านมาในคลองจักษุเลยสักครั้ง ให้เป็นแบบนี้ตลอดไป แม้จะต้องเหนื่อยใจเหนื่อยกายบ้าง...คงจะดีที่สุด

เพราะฉะนั้นในวันที่ตัวเขาเป็นฝ่ายมาสาย โดยเฉพาะในนัดสำคัญที่โดนัลด์เป็นฝ่ายชวนให้ไปเจอกันที่ร้านของป้ามาร์กาเร็ตหลังร้านปิด และบอกกับเขาเอาไว้ว่าจะเป็นคนทำอาหารให้กิน วันนั้นคือวันโลกาวินาศสำหรับจูเลียน

โลกาวินาศเพราะไฟฟ้าทั้งเขตอุตสากรรมเหมืองตรงเวิ้งด้านในอ่าวกระตุกตอนที่เขากำลังทำงานก็ใช่

โลกาวินาศเพราะงานที่ทำมาเกือบเสร็จแล้วอันตรธานหายไปเพราะไฟดันมาตกตอนที่แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์แล็ปทอปของเขากำลังเสื่อมอย่างหนักก็ใช่

โลกาวินาศเพราะเขาต้องเสกงานที่เหลือทั้งหมดภายในครึ่งวันเพื่อให้ทันส่งก็ใช่อีก

แต่ที่สำคัญ คือโลกาวินาศที่เกิดในใจของจูเลียน เมื่อคาดคะเนไปถึงปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นในวินาทีที่เขาดันประตูเหล็กบานพับเข้าไปเจอหน้าโดนัลด์

“อ้าว? จูเลียนมาพอดีเลย มาน้่งเร็ว!”

โดนัลด์ทักทายเสียงดังเมื่อเห็นจูเลียน ชายผมทองนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอยู่ก่อนแล้ว บนโต๊ะพับง่ายๆ ที่โดนัลด์เอามาตั้งมีขวดและกระป๋องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เต็มไปหมด และนอกจากโดนัลด์ยังมีคนแปลกหน้าอีกสามสี่คนนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย

“ทุกคน นี่จูเลียน เพื่อนรักของฉันเอง ที่บอกว่าชวนมาชิมอาหารฝีมือฉันวันนี้ไง! ส่วนนี่ เป็นลูกค้าใหม่ของป้ามาร์กาเร็ต ไหนๆ ฉันก็ยืมครัวป้าแล้ว เมื่อกี้คุยกันถูกคอเลยชวนมาดื่มด้วยกัน แล้วก็ให้ช่วยชิมฝีมือของฉันด้วย”

จูเลียนกวาดตามองคนรอบโต๊ะอย่างงุนงง ขณะวางไม้ค้ำยันพิงข้างโต๊ะ แล้วหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ โดนัลด์ที่คนร่วมโต๊ะเว้นที่เอาไว้ให้ เมนูแป้งม้วนทรงเครื่องที่โดนัลด์ฝึกทำและตั้งใจให้เขาลองชิมถูกห่ออย่างดีในจานที่ฟากหนึ่ง ...ส่วนอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ ตอนนี้มีแต่ของทอดแกล้มเหล้า

“จังหวะดีเลย! ไหนๆ ก็มาแล้ว จูเลียนจะได้ลองฝีมือการทำกับแกล้มของฉันด้วย!” ชายผมทองเอ่ยหน้าระรื่น ก่อนจะเลื่อนจานถั่วลิสงทอดใหม่ๆ ร้อนๆ มาตรงหน้า ตามมาด้วยมันเส้นทอด ตามมาด้วยเนื้อทอดแห้งที่ดูก็รู้ว่าจิ๊กวัตถุดิบของป้ามาร์กาเร็ตมาทำ

จูเลียนมองคนที่นั่งร่วมโต๊ะคนอื่นๆ อย่างงุนงง อีกฝ่ายก็งุนงง

ใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจ ว่าโดนัลด์จับพลัดจับผลูชวนคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอมาดื่มด้วยกัน แถมยังชวนชิมอาหารฝีมือตัวเองที่ตอนนี้อยู่ในช่วงฝึกหัด เหมือนๆ กับที่เขาชวนจูเลียนมาชิมนั่นแหละ

“อ๋อ ฮ่ะฮ่ะ...”

จูเลียนคิดในใจว่าถ้าคุณป้ามาร์กาเร็ตรู้เข้าเมื่อไหร่ โดนัลด์ตายแน่

“ทุกคนรู้จักกันแล้วก็กินๆๆ เอ้า ชนแก้ววว!”

โดนัลด์ไม่เคยมองจูเลียนด้วยสายตาเวทนา โดนัลด์ไม่เคยแสดงความสงสารต่อสิ่งที่จูเลียนเป็นอยู่เลยก็จริง

แต่นั่นเป็นเพราะในหัวของโดนัลด์ไม่ได้คิดอะไรเลยแม้แต่น้อยต่างหาก

 
 

———

2. เขามีร่างกายและทักษะการต่อสู้เป็นเลิศ คุณจะรู้สึกปลอดภัยแน่นอนเมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ

———

 

วันนี้แดดจ้า และไม่มีเค้าของฝน

จูเลียนตากผ้าเสร็จแล้ว

...มันควรจะเสร็จแล้วนั่นแหละ

หลังจากใช้ชีวิตตัวคนเดียวย่างเข้าปีที่สอง จูเลียนตอนอายุสิบสามปีก็คิดค้นอุปกรณ์ช่วยตากผ้าได้สำเร็จ เริ่มจากเชือกไนลอนและรอกง่ายๆ สำหรับหนีบผ้าจากในบ้านแล้วดึงย้ายออกไปรับแดดภายนอกทั้งราว เพื่อทุ่นแรงให้ไม่ต้องเดินย้ายที่ไปมาตอนตากผ้า จากนั้นก็ยังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี

แต่สิ่งที่ยังต้องทำด้วยตัวเองอยู่คือขั้นตอนหนีบผ้าเข้ากับไม้แขวนเสื้อและเชือกขึงก่อนย้ายออกไปรับแดด

แล้วก็ขั้นตอนการรอ

รอจนกว่าผ้าจะแห้ง ระหว่างนั้นจูเลียนก็ไปทำงานอย่างอื่น

ถ้าไม่มีฝนตกลงมา เสื้อที่ตากไว้ก็จะแห้งตอนบ่ายพอดี

ถ้า.ไม่.มี.ฝน

พายุเริ่มตั้งเค้าแม้ฟ้าจะยังสว่างโร่ตั้งแต่จูเลียนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากที่ไกลๆ

ตามมาด้วยเสียงข้าวของแตกกระจาย

ตามมาด้วยเสียงอันคุ้นเคย

“อย่าหนีนะเว้ย! นี่แกรังแกคนแก่เหรอ!? เก่งกับคนไม่มีทางสู้นักใช่มั้ย!! มาเจอฉันนี่!”

ตามมาด้วยเสียงเปรี้ยงปร้าง

เสียงฝีเท้า

และเสียงฝีเท้านับสิบ

“เหวอออ!? รุมนี่หว่า? นี่พวกแกเป็นแก๊งหมาหมู่หรือไงเนี่ย?” เสียงของโดนัลด์ใกล้เข้ามากว่าทีแรก ถึงเนื้อหาจะคล้ายมีความหวั่นเกรง แต่ก็แค่คล้าย เพราะน้ำเสียงกลับติดขำ ราวกับคนที่กำลังตื่นเต้นเพราะจะได้สนุกให้เต็มที่ “...ก็เข้ามาดิ้ คิดเหรอว่าจะกลัว!”

ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าชุดใหญ่ กว่าจูเลียนจะเดินไปถึงริมหน้าต่างที่กระจกเต็มไปด้วยร่องรอยซ่อมแซมนับสิบรอยเพื่อมองออกไป โดนัลด์กับแก๊งศัตรูก็วิ่งไล่กันมาถึงหน้าบ้านของจูเลียนแล้ว

สถานการณ์ฝั่งโดนัลด์กำลังได้เปรียบ แม้จะเป็นการต่อสู้ตะลุมบอนคนเดียวต่อห้าหกคน แต่โดนัลด์ที่มีพลังซินเนอร์ก็รับมือได้อย่างสบายๆ

ไม่นานโดนัลด์ก็เป็นฝ่ายไล่ต้อน คนที่เหลืออีกห้าคนเป็นฝ่ายวิ่งหนีพลังสายฟ้าที่พุ่งไล่กวดไม่หยุด ห้าคนวิ่งหนีห้าทิศทาง นั่นหมายถึง...

“เอ๊ะ เดี๋ยว...?”

นั่นหมายถึงมีคนหนึ่งตัดสินใจหนีมาหลบหลังราวตากผ้าที่จูเลียนตากทิ้งไว้

“เฮ้ย ทางนั้นไม่ได้!” โดนัลด์ตาไว มองเห็นทิศทางที่คนคนนั้นหนีมาทางบ้านของจูเลียน จึงรีบสกัดเอาไว้

ด้วยการพุ่งหอกสายฟ้าเข้าใส่ศัตรู เผาทั้งเส้นผม เสื้อบนตัว ...และเสื้อบนราวตากผ้าของจูเลียนจนไหม้เกรียม

กว่าจะดับไฟได้ก็อีกยี่สิบนาทีต่อมา จูเลียนใช้เครื่องยิงน้ำแรงดันสูงจากในบ้านเพื่อดับไฟที่ลุกโชนอยู่หน้าบ้านให้มันจบๆ ไป เชือกไนลอนที่ขึงไว้ทำเป็นราวตากผ้าพอถูกไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน ก็หลอมละลายด้วยความร้อนจนขาดจากกัน กลายเป็นขดสีดำหงิกงอ เสื้อผ้าร่วงลงมากองที่พื้นคลุกกับฝุ่นบนพื้นถนน ที่เมื่อพอโดนน้ำที่ใช้ดับไฟก็กลายเป็นโคลนปะปนซึมซับเข้าไปในเนื้อผ้า โดนัลด์โทรศัพท์ไปรบกวนแซมูเอลมาช่วยจัดการเรื่องราวที่เหลือ ระหว่างนั้นก็นั่งคุกเข่าเก็บแยกเสื้อผ้าแยกหาชิ้นที่ยังใช้ได้ออกมาจากกองผ้ากองนั้นตรงหน้าบ้านของจูเลียน

ฝนตกเปียกปอนเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เพราะลมฟ้าอากาศ แต่เป็นในใจของจูเลียนต่างหาก

จูเลียนกดปุ่มปิดเครื่องยิงแรงดันน้ำแล้วก็ยืนพิงประตูมองโดนัลด์ที่นั่งเก็บผ้าตัวเปียกๆ ท่าทางมอซอ

‘ไม่รู้จะลงไปนั่งเก็บบนพื้นให้ตัวเปียกทำไม’ คนที่เด็กกว่านึกสงสัย แต่จูเลียนไม่มีอารมณ์จะถามตอนนี้

โดนัลด์เก็บเสื้อผ้าส่วนที่ยังใช้ได้อยู่กลับมาเป็นขยุม จูเลียนหยิบกะละมังเหล็กยื่นให้โดนัลด์ใส่แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร

“เดี๋ยวฉันซักคืนให้...” คนโตกว่าพูดเสียงหงอย แล้วก็ดึงกะละมังจากมือไป จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านของจูเลียนเพื่อซักทำความสะอาดรอยเปื้อนดินเปื้อนโคลนเอง

จูเลียนมองรอยเท้าเปียกๆ ลากเป็นทางยาวตามเส้นทางที่โดนัลด์ถือกะละมังใส่ผ้าเดินเข้ามาในบ้านของตัวเอง แต่เขาไม่อยากจะทะเลาะด้วยแล้ว จึงทำเป็นมองข้ามไป

ในยามปกติโดนัลด์เข้าออกบ้านของจูเลียนจนคล่องเสมือนเป็นบ้านของตัวเอง จึงรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน จูเลียนยืนดูโดนัลด์จัดแจงเปิดน้ำ หยิบผงซักผ้ามาผสมน้ำแล้วเริ่มซักรอยเปื้อนดินโคลนอยู่สักพักก็เอ่ยขึ้น

“เราพอจะมีวิธีอื่นไหม...ที่เราจะช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม โดยที่ไม่ต้องแลกกับความปลอดภัยของคนอื่นๆ ในพื้นที่อยู่อาศัย”

โดนัลด์ได้ยินแล้วก็หลุบตาลง ก้มมองสองมือของตนที่ยังขยี้รอยคราบดินออกจากเสื้อผ้าชุ่มฟองอยู่ “เราไม่รู้สักหน่อยว่าวันวันนึงจะเกิดเรื่องขึ้นตรงไหนบ้าง ฉันเองก็พยายามไล่ให้ไปทางอื่นแล้ว แต่บทมันจะวิ่งหนีก็หนีเข้าเมืองกันอยู่ดี”

จูเลียนถอนหายใจ แล้วนั่งลงบนม้านั่งใกล้ๆ พื้นที่ซักล้าง เขานั่งอยู่หลังโดนัลด์ โดนัลด์ที่ตัวเปียกปอนมาตั้งแต่เมื่อกี้กำลังนั่งบนพื้นหันหน้าเข้าหากะละมังซักล้างและกำแพง

“ตั้งแต่เศรษฐกิจแย่ลงเพราะการปะทุที่ดิสซีก็เกิดอาชญากรรมในเขตตะวันตกเราถี่ขึ้นเรื่อยๆ ...นายตัวคนเดียวรับมือไม่ไหวหรอก”

จูเลียนเอ่ยเพียงแค่นั้น ก่อนจะหยิบไม้ค้ำพยุงตัวเองลุกเดินจากไป

 
 

———

3. เขาเป็นคนตลกและไหวพริบดี ไม่ว่าจะไปที่ไหนกับเขาก็ไม่มีวันเบื่อและไม่มีครั้งไหนที่เจื่อนแน่นอน

———

 

ผ้าที่ซักใหม่ตากข้ามวันก็พอใช้ได้แล้ว อาจจะไม่หอมแดดอ่อนๆ เหมือนผ้าที่ป้ามาร์กาเร็ตซักที่บ้าน แต่อย่างน้อยก็แห้งพอให้จูเลียนเอาไปใช้ต่อได้โดยไม่อับชื้น

ส่วนจูเลียนไม่พูดกับเขามาสองวันแล้ว

อันที่จริงก็ไม่ได้ถึงกับไม่พูดไม่จากันเลยเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ยังมีโทรศัพท์มาหา...เพื่อสั่งของกินจากร้านป้ามาร์กาเร็ตซึ่งโดนัลด์บังเอิญเป็นคนรับสายเลยได้คุยกัน

เมื่อเอาอาหารไปส่งอย่างน้อยก็ยังได้ทักทาย โดยได้รับคำตอบรับเป็น “อ้อ” “อืม” “อือ” อยู่บ้าง

จนโดนัลด์วางอาหารที่จูเลียนสั่งไว้ที่โต๊ะที่จูเลียนใช้กินข้าว และกำลังจะหันหลังกลับ จูเลียนก็เรียกเขาไว้

“รอกที่นายทำพังวันก่อน ฉันซ่อมเสร็จแล้ว ฝากเอากลับไปติดที่เดิมให้ด้วย”

น้ำเสียงที่จูเลียนใช้ไม่ใช่การขอร้องด้วยซ้ำ แต่เป็นคำสั่งเรียบๆ ของคนที่รู้อยู่แล้วว่าโดนัลด์ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง

แต่กลับเป็นโดนัลด์ที่ลังเล “เอ่อ...คือ...ยังต้องไปส่งอาหารให้อีกหลายบ้าน ป้ามาร์กาเร็ตฝากไว้...”

“อ๋อ อืม งั้นไม่เป็นไร” จูเลียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานไม่ได้มองหน้าเขาตอนที่ตอบ

ไม่รู้ทำไม ทั้งที่จูเลียนไม่ได้แสดงอาการโมโหโทโสออกมา ทั้งที่จูเลียนยอมรับเงื่อนไขที่ทำให้โดนัลด์อยู่ช่วยงานไม่ได้ตรงๆ เสียอีก แต่กลับเป็นโดนัลด์ที่รู้สึกเจ็บตื้ออยู่ข้างในอก

น้ำหนักที่กดทับลงมาในใจทำเอาเกือบจะทนไม่ไหว จึงหลุดปากโพล่งออกไป “เดี๋ยวเสร็จงานแล้วฉันรีบกลับมา! วันนี้วันหยุดไม่ได้ทำโอที เดี๋ยวฉันกลับมาใส่ให้!”

โพล่งออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ดูตารางงานของตัวเองในวันนี้เสียด้วยซ้ำ รายการของที่ป้ามาร์กาเร็ตฝากมาส่งมีทั้งหมดกี่รายการและต้องไปส่งไกลสุดถึงที่ไหนเขาก็ไม่รู้ ก็เพราะเขามาส่งอาหารที่บ้านจูเลียนเป็นที่แรกอยู่แล้วเสมอ จากนั้นจะไปส่งที่ไหนต่อค่อยว่ากันอีกที

จูเลียนหยุดมือที่กำลังเขียนอะไรขยุกขยิกบนกระดาษแผ่นใหญ่ สายตายังคงจ้องบนกระดาษ ไม่หันมาทางคู่สนทนา

“...อืม เดินทางดีๆ ระหว่างนี้อย่ามีเรื่องกับใคร”

แค่นั้นก็มากพอให้โดนัลด์มีความอดทนไปตลอดวัน แม้จะเจอลูกค้าของป้ามาร์กาเร็ตที่ต่อราคา ขอของแถม บอกว่าขอเซ็นบิลเอาไว้ก่อนในตอนที่รับของกินไปแล้ว โดนัลด์ก็อดทนข่มใจเอาไว้ ยอมทนไม่มีปากเสียง แม้ว่าบางกรณี ถ้าเป็นป้ามาร์กาเร็ตมาเอง ลูกค้ารายนั้นน่าจะโดนด่าจนเปิดเปิงไปแล้วก็ตาม

โดนัลด์รีบกลับมาหาจูเลียนก่อนที่ตะวันจะตกดิน โชคดีที่วันนี้ไม่ต้องทำงานล่วงเวลาจริงๆ และไม่โดนบริษัทเรียกตัวไปทำงานด่วนแทรก เมื่อเข้ามาถึงในบ้านก็เจอแต่ความเงียบงัน

รอกที่จูเลียนฝากโดนัลด์ติดตั้งยังวางอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าตัวนอนหลับฟุบอยู่ที่โต๊ะทำงานที่ถูกใช้เป็นทั้งโต๊ะเขียนแบบและโต๊ะงานช่าง แก้วกาแฟตั้งอยู่ข้างๆ เหลืออยู่ครึ่งแก้ว เย็นชืดหมดแล้วทั้งที่ยังดื่มไม่หมด

“เอ๋า หลับซะงั้น? ฟ้ายังสว่างอยู่เลย” โดนัลด์เข้าไปเก็บแก้วกาแฟที่ยังเหลือ เพื่อไม่ให้ถูกชนล้มตอนที่จูเลียนตื่น ระหว่างนั้นก็เหลือบไปเห็นเนื้อหาซึ่งอยู่ในกระดาษแผ่นใหญ่ที่จูเลียนเขียนค้างไว้อยู่

มันเป็นผังเมืองของเขตตะวันตกทั้งเขต มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ กาเอาไว้ทั่วเมืองประปราย ข้างๆ มีรายชื่อคนรู้จักแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ มีทั้ง ‘สหภาพแรงงานเหมือง’, ‘คนรู้จัก’, ‘พันธมิตร’ ฯลฯ แต่ละรายชื่อไล่เรียงตั้งแต่คนสนิทไปจนถึงคนหน้าใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน มีแม้กระทั่งเพื่อนใหม่ที่โดนัลด์เพิ่งแนะนำให้จูเลียนรู้จักที่ร้านของป้ามาร์กาเร็ตเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ละรายชื่อถูกมาร์กด้วยสีที่ตรงกับเขตพื้นที่ที่แตกต่างกัน

จูเลียนที่งีบอยู่รู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็ขยับตัว ขมวดคิ้ว ก่อนจะลืมตาตื่น พอเห็นใบหน้าของคนคุ้นเคยยืนค้ำอยู่ที่ขอบโต๊ะ กำลังอ่านสิ่งที่อยู่ในกระดาษก็ส่งเสียงในลำคอพลางบิดแขนยืดหลังแก้เมื่อยขบ

จูเลียนมองใบหน้าด้านข้างของชายผมทองอยู่สักพัก กว่าจะนึกขึ้นมาได้ “อ๊ะ โดนัลด์!? มาพอดีเลย! เห็นแล้วใช่ไหม ฉันเขียน ‘แผน’ ทั้งหมดเสร็จแล้ว!”

ชายผมดำดันตัวเองถอยจากโต๊ะให้พ้นจากขอบกระดาษ อวดให้โดนัลด์ดูเนื้อหาทั้งหมดที่ตนสู้อดหลับอดนอนเขียนขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

“นี่คือ...?”

“ปฏิบัติการป้องกันตนเองของเขตตะวันตก! สำหรับรับมือกับแก๊งอันธพาลและช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมในเบื้องต้น!” จูเลียนตอบทันทีด้วยน้ำเสียงสดใส “...ฉันลองมาร์กจุดสำคัญๆ ในเมืองดูแล้ว ถ้าเรามีทีมช่วยกันเฝ้าระวัง และติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ก็จะไม่ต้องวิ่งไล่กันข้ามเมืองแบบวันก่อน นายเห็นสีตรงนี้มั้ย นี่คือที่ที่แต่ละคนอาศัยอยู่หรือทำงานเป็นประจำ ฉันเขียนจากความจำคร่าวๆ ถ้าเราได้คนมาช่วยเฝ้าระวังจุดพวกนี้อย่างน้อยหนึ่งคน เน้นการป้องกันไม่ให้รุกเข้ามาด้านในพื้นที่อยู่อาศัย...”

จูเลียนอธิบายวิธีการอ่านผังเมืองและแผนการที่คิดไว้ต่ออีกมากมาย มีประกายอยู่ในดวงตาที่เคยง่วงงุน ว่าจบก็คว้าแก้วกาแฟเย็นชืดที่โดนัลด์ขยับไปวางเสียไกลกลับมาดื่มต่อ แววความทะมึนจากเรื่องวันก่อนและอาการอดนอนหายไปสิ้นแล้วเมื่องานเสร็จ ได้งีบ และได้เติมน้ำตาล

จากนั้นจูเลียนก็เอาไม้บรรทัดเหล็กทาบ ก่อนจะฉีกกระดาษซีกที่มีรายชื่อบุคคลต่างๆ ยื่นให้โดนัลด์ “ถ้านายทำคนเดียวไม่ไหวก็หาคนช่วย เราไม่ต้องใช้คนทั้งหมดนี้ เลือกเอาแค่คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันก็พอ”

โดนัลด์รับกระดาษซีกนั้นมา ทั้งที่ยังอึ้งอยู่เลย

จูเลียนยิ้มแย้มอารมณ์ดี “นายทำสิ่งที่นายถนัด คือรวมคนมา ถ้ามีคนมากพอฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะให้การยอมรับทีมของพวกเราเอง”

โดนัลด์เกาหัวแกรก “แปลว่า...ที่นายเงียบไปเพราะเขียนแผนนี้อยู่?”

“ใช่”

“แปลว่าไม่ได้โกรธฉันอยู่หรอกเหรอ?”

“โกรธสิ จนกว่านายจะติดรอกอันนั้นคืนให้ฉัน”

โดนัลด์หัวเราะเสียงดัง “โธ่เอ๊ย! แค่นี้เอง เดี๋ยวปีนขึ้นไปติดให้!”

คราวนี้เป็นจูเลียนที่หลบตา ลอบถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นโดนัลด์หยิบอุปกรณ์กับบันไดพับเดินไปที่ริมหน้าต่างหน้าบ้าน “นายทำราวตากผ้าของฉันพังก็จริง นายทำเสื้อฉันไหม้ด้วย แต่ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ ฉันโมโหได้ไม่นานหรอก รู้ตัวอีกทีก็มานั่งคิดแล้วว่าจะแก้ไขปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกยังไงดี”

โดนัลด์ปีนบันไดขึ้นไปถึงขอบบนของหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว กำลังเอาล้อรอกเหล็กใส่ในโครงยึดที่เคยติดเอาไว้ ก่อนจะเดินสายเชือกไนลอนให้ใหม่ กลไกของจูเลียนชิ้นนี้ไม่ซับซ้อนมาก บวกกับเขาเคยเอาขึ้นไปติดตั้งให้มาก่อนแล้ว รอบนี้จึงทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

โดนัลด์ได้ยินแล้วก็มองลงมา “ความคิดความอ่านสมเป็นฮีโร่แห่งเขตตะวันตกจริงๆ”

“ฮีโร่อะไรเล่า!?” จูเลียนรีบแย้ง “ฉันแค่คิดแผนเอาไว้ให้เฉยๆ สุดท้ายคนทำต้องเป็นนายอยู่ดี”

หลังจากนั้นก็คุยกันเล่นอีกสักพักจนตะวันตกดิน

เมื่อปฏิบัติการที่ว่าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว มีครั้งหนึ่งที่โดนัลด์เผลอพูดเล่นว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการตั้งแก๊งสำหรับอาละวาดอย่างชอบธรรม จูเลียนรีบแย้งว่าไม่ใช่ แล้วก็ไม่พูดกับโดนัลด์ไปอีกสองวัน

ก่อนจะกลับมาพร้อมอุดมการณ์ของปฏิบัติการดังกล่าวที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

———

 

เสียงไขกุญแจดังกุกกักที่หน้าประตู สักพักประตูก็เปิดออก ชายผมทองหิ้วถุงกระดาษถุงพลาสติกเต็มสองแขนเบียดตัวเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยพลางผิวปากเป็นเพลงปีใหม่

เมื่อเข้ามาแล้วจึงเห็นอีกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะซึ่งปกติใช้รับประทานอาหาร ไฟยังเปิดสว่าง มีหนังสือหนึ่งเล่มอยู่ในมือ เขาจึงเอ่ยทัก “ยังไม่นอนอีกเหรอ?”

“ก็ปีใหม่” จูเลียนพยักเพยิดไปทางปฏิทินแขวนในห้องพัก ก่อนจะหันกลับมาทางโดนัลด์ “ไหนบอกว่ามีปาร์ตี้ปีใหม่ที่ MBCC ไง?”

“ก็มีนั่นแหละ แต่จับฉลากได้รางวัลเล็ก เลยหนีกลับมาก่อน” โดนัลด์เล่าพลางวางของทีละถุงลงบนโต๊ะ จูเลียนปิดหนังสือรวมบทกวีของเรเวนวางไว้ริมโต๊ะ ก่อนจะช่วยโดนัลด์จัดของที่อยู่ในถุง

“จับได้อะไร?”

“บัตรกำนัลจ้า รางวัลเล็กสุดเลย ชีฟจับได้ชื่อใครแล้วชื่อนั้นจะโดนตัดออกจากกองด้วย บาย หนีกลับโล้ด”

จูเลียนขำออกจมูกเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้า เขารู้อยู่แล้วว่าถึงโดนัลด์จะได้รางวัลใหญ่กว่านี้ เขาก็จะสละสิทธิ์ให้คนอื่นแล้วหนีกลับอยู่ดี และโดนัลด์จะไม่อยู่จนงานเลิก โดยเขาจะใช้ข้ออ้างง่ายๆ ว่าแพทย์เจ้าของไข้ยังไม่อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ชิ่งออกมาจากกลุ่มผู้ชายที่เอะอะก็ชวนดื่มทุกงาน

กล่องพลาสติกเล็กๆ ถูกวางตรงหน้า ตัดความคิดที่กำลังล่องลอย “อะ เค้กปีใหม่! นายน่าจะเบื่อของโรงอาหาร MBCC แล้ว ฉันเลยซื้อร้านใหม่ดู”

จากนั้นก็ตามด้วยกล่องที่ห่อด้วยกระดาษหลากสี กับถุงกระดาษเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง “อันนี้ของขวัญปีใหม่ของนาย เรเวนฝากมา อันนี้น้ำหอมจากทนาย อันนี้ของฝากปีใหม่ให้ทุกคนจากเลวี่ มีของนายด้วย”

“โอ้...” จูเลียนมองของขวัญแต่ละชิ้นด้วยความแปลกใจ ตั้งแต่เขากลับมา และมาอยู่กับโดนัลด์ เขาก็มีคนรู้จักใหม่ๆ ผ่านโดนัลด์มากขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็เป็นคนที่เขาไม่คาดคิดว่าตนจะถูกนึกถึงในวันเวลาแห่งการเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่เช่นนี้

สถาปนิกพึมพำเสียงต่ำ “แย่แล้ว ต้องหาของขวัญให้กลับไปซะแล้วสิ”

โดนัลด์เพียงโคลงหัวโดยไม่ออกความคิดเห็น เขาเพียงมองคนที่ไม่คุ้นกับการเป็นฝ่ายรับความคิดถึงจากคนห่างไกลด้วยสายตาเอ็นดู

“แล้วก็...”

มือใหญ่วางลงบนฝ่ามือที่กำลังนับนิ้วคำนวณจำนวนคนที่ต้องหาของขวัญตอบแทนเพิ่มนอกจากชีฟกับเรเวนและพวกพ้องในรัสต์ไฟร์

จูเลียนหยุดมือที่กำลังนับแล้วเงยหน้าขึ้น

“อันนี้ของขวัญจากโดนัลด์ ให้ทั้งตัวเลยครับ”

โดนัลด์ยิ้มกว้าง ค้อมตัวอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่จูเลียนนั่งอยู่ มือของตนอยู่บนมือของจูเลียน

จูเลียนสบตาตรงๆ โดยไม่หลบสายตา “ให้มาทั้งตัวแบบนี้ก็ต้องแลกของขวัญกลับไปทั้งตัวเหมือนกันใช่ไหม?”

โดนัลด์หัวเราะ “กินเค้กก่อนก็ได้! ...หรือจะกินเค้าก่อนก็ไม่ว่ากัน”

“งั้นกินเค้กก่อน!”

จากนั้นโดนัลด์ก็เตรียมจาน ช้อน ส้อมขนมหวาน ทั้งสองคนกินเค้กด้วยกัน จากนั้นก็ใช้เวลาด้วยกันตลอดคืนข้ามปี

 

.

Notes:

The title and parts of this fic are both parody and direct translations of → this Donald MBCC Dating Sim post from official SNS. (I wrote the title in the style of Thai clickbait as a parody, so sorry if it actually works and you end up stumbling into this heavy fanfic instead 😭🙏)

I can already see Julien squinting at this post and questioning every single idea about it. Why bro bring a big group of new friends into a date in the first place? 😭❓

But after all, while Julien doesn't seem to enjoy those perks from dating him, I believe they can still find their own way to enjoy each other.

Happy new year everyone! 🎉 Let's hope that there will be more content about DNJL in this 2026 too! 🕯️🕯️🕯️🙏🕯️🕯️🕯️

Ps. There's a little Thai wordplay at the end. Readers using MTL might notice some slightly swapped pronouns; There is a further explanation about this part → here (I added it into my additional ramblings about this fic I wrote in Thai. The specific part about this wordplay is featured in the last part in English. I hope it gives you more context and clarity 🫡)